ทำความรู้จักกับ HMB ที่พบได้ในกล้ามเนื้อ


ทำความรู้จักกับ HMB ที่พบได้ในกล้ามเนื้อ
เราทราบดีว่าการรับประทานโปรตีนควบคู่กับการออกกำลังกายช่วยดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อและทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่จากการศึกษาวิจัยพบว่า เอช เอ็ม บี (HMB) มีประโยชน์ต่อสุขภาพของมวลกล้ามเนื้อ
คุณรู้หรือไม่
• เอช เอ็ม บี (HMB) ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการศึกษาเรื่องนี้มานานกว่า 25 ปีพร้อมผลวิจัยทางคลินิกรองรับมากกว่า 90 การศึกษา
• ปริมาณที่เหมาะสมของเอช เอ็ม บี (HMB) ที่เราควรได้รับคือ 1.5 กรัมต่อวัน
• อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดปัญหาภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) พบได้ในอัตราส่วน 1 ใน 3
ของผู้ใหญ่ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป 1
ประโยชน์ของ HMB คืออะไร
เอช เอ็ม บี (HMB) เป็นสารที่สังเคราะห์มาจากกรดอะมิโนลิวซีน ที่พบได้ในกล้ามเนื้อในร่างกายเรา จากการศึกษาพบว่า HMB มีบทบาทต่อการเสริมสร้างและช่วยลดการสลายของมวลกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมวลน้ำหนักตัว (Lean Body Mass) และช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ2,3,4
เอช เอ็ม บี (HMB) ย่อมาจาก เบต้า ไฮดรอกซี เบต้า เมทิลบิไทเรต (Beta-Hydroxy-Beta-Methylbutyrate) เป็นสารที่สังเคราะห์มาจากกรดอะมิโนลิวซีน (Leucine Amino Acid) ที่พบได้ในกล้ามเนื้อ และพบว่า เอช เอ็ม บี (HMB) มีปริมาณเพียงเล็กน้อยทั้งในอาหารบางชนิดและในร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณ เอช เอ็ม บี (HMB) ในร่างกายอาจจะลดลง โดยเฉพาะเมื่อเรามีอาการป่วยที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ4,5อาการบาดเจ็บหรือภาวะทุพโภชนาการ ทั้งหมดนี้อาจส่งผลให้มวลกล้ามเนื้อเสื่อมสลายเร็วยิ่งขึ้น6
กลไกการทำงานของเอช เอ็ม บี (HMB) และโปรตีน
จากงานวิจัยพบว่าปริมาณที่เหมาะสมที่เราควรได้รับคือ 1.5 กรัมต่อวัน ซึ่งเท่ากับไข่ 50 ฟอง หรืออกไก่ 70 ชิ้น หรืออะโวคาโด 3,000 ลูก หรือดอกกะหล่ำปรุงสุก 6,500 ถ้วย ซึ่งในความเป็นจริง ไม่มีใครสามารถรับประทานได้มากขนาดนั้น แต่เรายังสามารถได้รับอย่างเพียงพอจากการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมสารอาหาร
ดังนั้น HMB จึงมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งต่อผู้สูงอายุ เพราะมีส่วนช่วยทำให้ผู้สูงอายุยังสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เราควรเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อตั้งแต่วันนี้ โดยการให้ความสำคัญกับโภชนาการที่ครบถ้วน รวมถึงทานโปรตีนควบคู่กับการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และเสริมด้วยอาหารสูตรครบถ้วนที่มี HMB และโปรตีนที่หลากหลาย มีส่วนช่วยลดการสลายตัวของกล้ามเนื้อ ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ
TH.2021.21202.ENS.1(v1.0)©2022Abbott
ที่มา:
1https://academic.oup.com/ageing/article/43/6/748/2812353
2Nissen SL, Abumrad NN. J Nutr Biochem. 1997;8:300-311.
3Kuriyan R, et al. Exp Gerontol. 2016;81:13-18.
4De Luis DA, et al. Nutr Hosp. 2015332(1):202-207
5Olveira G, et al. Clin Nutr. 2016335(5):1015-1022
6Malafarina V, et al. Maturitas. 2017;101:42-50.
7Deutz NE., et al. Clin Nutr. 2013;32(5):704-12.
8Wilson, et al. Nutr Metab (Lond). 2008;5
9Vukovich, et al. J Nutr. 2001;131(7)
10Alfonso J. Cruz-Jentoft 2017;18(1-5)